วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความรักนั้น

ความรักนั้นไม่เคยแบ่ง เพศ ไม่เคย แบ่ง ชลชั้น ไม่เคย แบ่ง สี และไม่เคย แบ่ง ไคร แต่ ทำไม่ ความรักของเรา ต้องถูกแบ่งจาก มานประเภณี หรือว่า อาจ เป็น เพราะเรา ไม่ ดั้ย รัก กัน เลย  …………
เทอร์ในวันนี้จะเปงอย่างรัยบ้าง ครัยกันน้อที่ตอนนี้กำลังอยู่ข้างๆๆกายเทอร์….? สำหรับชั้นแล้ว ไม่มี เลย ไม่ มี ครัย…………
ครับ วัส ดี เพื่อนๆๆทุกคนอีกครั้งนะ ก็เป็นอีกครั้งนะ ครับที่่วันนี้ผมดั้ยมาแบ่งปันความรักในฉบับของผมให้ทุกคนได้เก็บวั้ยเะป็นบ ทเรียนอีก นะ
ผมมีเพื่อนคน1ชื่อ กรณ์ ครับ เรารู้จักกันมาตั้งแต่เกิดแล้ว ไปหนัยไปด้วยกันมีอารัยก็แบ่งกัน และ คอยแนะนำหั้ยกันและกันอยู่บ่อยๆๆ
ช่วง ม ต้น พวกเราย้ายไปเรียน ภาษาต่างประเทศที่ จ ตาก นะ ในศูนย์อพยพ แห่งหนึ่ง และ เจ้ากรณ์ นะ มัน ได้มีโอกาศรู้จักกับ สาว คน1 ซึ้งสาวน้อยคนนี้เค้าเรียนอยู่ที่ จ เลย นะ เค้า ชื่อ ภา , ภา เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดแต่ร่าเริงครับ และไม่ค่อยชอบอารัยที่ดูดี หรือ ต้อง perfect นะ แต่ว่า ณ ตอนนั้น เค้า สอง คน ก็ยังรู้จักกันไม่มากครับ เพราะว่าเพื่อนติดต่อหั้ยอีกทีนะ กรณ์ก็เริ่มคุยกะ ภา ครับ แบบเลื่อยๆๆนะ เพราะมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว เค้าสองคนคุยกันจน ปิดภาคเรียนครับแล้วก็ต่างคนต่างกลับบ้าน พอผมและกรณ์กลับบ้านแล้วครับ ภา ก็โทมาคุยกะ กรณ์ เลื่อยๆๆ ครับ แต่ว่า ระยะทาง จากบ้านนาย กรณ์ ถึง บ้าน น้อง ภา นั้น ค่อนข้างกลัยปัย นิดๆๆๆ นะ พวกเราเลย ยังไม่ปัย เจอกัน เพราะเจ้า กรณ์ มันก็มี แฟน ของมันอยู่แล้วนะ กรณ์ กะ ภา คุยกัน จน ครบ หนึ่งปี เต็ม ครับ และแล้ว พวกเราก็ตกลงกันว่า ปิด ปีใหม่ม้งคราวนั้น พวกเราจะ ต้องเจอกันสะ ครั้ง นะ เราเลยกลับบ้านไปเล่นปีใหม่ม้ง ครับ กรณ์ กับ เพื่อน อีกคน ชื่อ Tuam เค้าสองคนก็เลยไปเที่ยวที่บ้านของ น้อง ภา ครับ พอวันที่ไปถึงน้อ ต่างคนต่างก็ต้องเขินเปงทามมาดาน้อ แต่ว่าพววกเรายังคงไม่ปัยที่บ้านของภา นะ เพราะ เรายังคง เล่นกันอยู่ที่สนามปีใหม่ม้ง พอ ตกบ่าย กรณ์ กะ ภา ก็เดินไปที่บ้านของ ภา ครับ, ตอนนั้นเอง ครับ ที่นาย กรณ์ ถึง รู้ ว่า ที่จิง แล้ว ภา เปง เด็กสาวที่น่าสงสารมากครับ เพราะ ภา นะ ต้องอยู่กับ ย่า และน้องชายอีก1คน นะ พ่อของ ภา เสียตั้งแต่ ภา ยังเด็กแล้ว ครับ ส่วนแม่ก็ออกจากบ้านไปมีครอบครัวใหม่ครับ ทำให้ ภา นั้น ต้องรับผิดชอบงานอารัยหลายๆๆอย่างด้วยกันนะ ตอนนั้นเจ้ากรณ์ ก็เริ่มที่จะเปลิ่ม ภา นิดๆๆครับ เพราะว่าชีวิตเค้าน่าสงสารมากๆเลย แต่ว่าเหตุผมที่ใหญ่กว่านั้นคือว่า ภา นะ เป็นกันเองมากครับและ ภา มีน้ำใจที่ดีมากเลย หลังจากที่เจอกันครั้งแรก แล้วนั้นเจ้ากร์มันก็บอกผมว่ามันก็อยากจะคบกะ ภา แบบจิงๆๆจังๆๆนะ แต่ว่ามันก็ยังไม่หยุดที่ ภา อีกอยู่ดี (แหมมคนเราเวลาน้อเจอคนที่ดีนะ ไม่เคย สนใจเลย) หลังจากนั้น เค้าสองคนก็ยังคุยกันต่อปัยเลื่อยๆครับ สองปีผ่านไป และ สามปี ผ่านไป จนมาถึงปีที่สี่ครับ ตอนนั้นผมกับเจ้า กรณ์ พวกเราไปเรียน ปี หนึ่ง ที่ สระบุรี ครับ ส่วน ภา ก็กำลังจะจบ ม ปลาย เค้าสองคนก็ค่อยช่วยเหลือกันมาตลอดนะครับ อีกคนก็คอยแนะนำอีกคน แต่ว่า ภา ก็มักจะจับผิดเพื่อนดั้ยว่าชอบแอบมี กิ๊ก นะ แต่ ภา ก็แค่เตือนนะ ไม่โกรธ หรือ แค้นใจเลย (ทำไมเทอร์ชั้งดีอารัยปานนี้) เวลากลับบ้าน กรณ์ ก็ ปัยหา ภา นะ แต่ไม่บ่อย ส่วน ภา นั้น ต้องไป สวนทุกๆๆวัน ครับ เพราะว่าเค้าไม่ค่อยชอบอยู่บ้านมั้ง อิอิอิ เวลาที่ กรณ์ ปัยถึงบ้าน ภา ภา ก็ จะมายืนรอ ที่หน้าบ้านเสมอครับเกือบทุกครั้งนะ เค้าสองคนก็รักกันดีนะ แต่ว่า หลังจากที่ทางบ้านของนาย กรณ์ รู้เรื่องนะ ว่า ภา เป็นม้งที่ แบบว่าสองแซ่นี้ แต่งงานกันไม่ดั้ยนะ แต่ กรณ์ ก็ไม่เคยจะบอกหั้ย ภา รู้เรื่องเลยและแถม กรณ์ นะ นับถือ คริสต์ ส่วน ภา นับถือ พุธ ของชาวม้งนะ แต่แค่เรื่องศาสนานะไม่ชั้ยปัญหาอยู่แล้วน้อ (เพื่อนๆๆว่าป่าว) ที่ผ่านมา กรณ์ ก็ค่อยแบ่งปันเรื่องราวของความเชื่อของ กรณ์ หั้ย ภา นะ แบบว่าค่อยๆซึมเข้าไปนะ และ ภา ก็ตอบรับอย่างดี นะ ฟังๆๆดูแล้วความรักของคู่นี้คงจะจบ ลงแบบ ดีนะ แต่ว่า ในความจิงแล้วต่างกันคนละขั้วเลย ครับ ภา บอก หั้ย กรณ์ เสมอเลยนะผมจำดั้ยดีว่า ภา บอกว่า ภา ไม่เคยยอมเปิดไฟเขียวหั้ยคนอื่นแม้แต่นิดเดียวเลยเพราะมี กรณ์ แล้ว (คนเราน้อถ้ามีคนรักเราจิงๆๆแบบนี้คงสุดยอดครับ) กรณ์ ก็รู้นะว่า ภา นะ รัก เค้า แต่เค้าไม่ค่อยจะสนใจสะเท่ารัยเลย สนใจก็แค่ตอนอยู่ไกล้ นะ, เวลาห่าง ความรู้สึกก็ห่าง แต่ว่า ภา สิ มันคงตลอดเวลาเลย น่าสงสาร ภา น้อ เพราะแค่ชีวิตก็ลำบากแล้ว แต่ยังไม่พออีกเพราะ ผู้ชายที่เค้าคิดว่าชั้ยและฝากความหวังวั้ยหั้ยทุกอย่าง กลับไม่ค่อยมองเห็นค่าของเค้าสักเท่าหรั่ยเลย และแล้ววันนั้นก็มาถึงครับเพื่อนๆๆ เจ้า กรณ์ มันเริมที่จะไม่สนจัยแบบจิงๆๆจังๆๆครับ เริ่มห่างครับและก็เริ่ม อ้างว่าไม่มีเวลา งานยุ้ง ทั้งๆๆที่ความจิงแล้วไม่เลยครับ แต่ กรณ์ แค่ อยาก เจอ คนใหม่ นะ และปล่อยหั้ย อีกคน ต้องรอ โดยไม่รู้ว่า  รอเพื่อ อะรัย ?
หลังๆๆมาก็ก็เริ่มตีตัวห่างครั้งล่าสุดก็นัดกันว่าจะไปฉลอง count down ด้วยกันที่บ้านของ กรณ์ ครับ แต่ กรณ์ กลับหนีไปเที่ยวเชียงหมัย กับคนอื่นสะงั้น เพื่อนของผมเล่าหั้ยฝังว่า ภา ไม่ออกไปเล่นงานปีใหม่ม้งและไม่ยอมไป count down กับเพื่อนๆๆเลย ภา ไม่ร่าเริงเหมือนคนเก่าเลย (เพราะครัยคนหนึ่ง) ชั้งน่าเศร้านะครับเพื่อนๆๆๆ แต่ว่าผมก็ไม่เคยสำนึกเลยนะครับ การที่เราจะจาก ครัยสะคนหนึ่งปัยนั้น จงบอกเค้า ตรงๆๆ จะดีกว่า ครับ เพราะคนรอ แถบ ขาดใจ อยู่แล้ว ผมไม่เคยคิดเลยครับว่า หลังจาก หยี แล้ว ผม จะไปทำหั้ย ภา ต้อง ช้ำใจ หนักกว่านี้อีก บางครั้งผมก็อยากหั้ยความเจ็บนั้นมาอยู่ที่ผมนะ แต่ว่า เพราะเค้ารักเรา เค้าเลย ยอมเป็น คน เจ็บ ส่วนเรากลับไม่เคย รู้ร้อน รู้หนาว เลย ห้า ปี ที่ คบ กันมา ผมไม่เคยเสียดายครับแต่แค่รู้สึกผิด ผิดที่ไม่เคย บอกเทอร์ตรงๆๆ ถ้าเทอร์อ่าน เรื่องนี้อยู่ ผมก็ขอหั้ยเค้าคนนั้นดูแลเทอร์ดีดีนะ และขอหั้ยเค้าเป็นที่พักพิงที่มั้นคงหั้ยเทอร์ตลอดปัยนะ ส่วนผมคนนี้ จะ ไปตามทางของมันเอง กว่าจะรู้ว่ารักครัย มันก็สายไปแล้ว’”………………….
ครั้งนั้นที่ผมหนีคุณไปเชียงใหม่ผม ขอโทษนะ เพราะความจิงแล้วผมแค่ไม่อยาก จะทำร้ายคุณต่อไปเฉยๆๆนะ ผมกลัวมากเลยนะ ทุกครั้งที่รู้ตัวว่าทำทำหั้ยคุณ เจ็บ ผมเองก็เจ็บ นะ ผมแค่ไม่เคยบอกหั้ยครัยนะ ขอหั้ยรัก กับ คน นั้น นานนานนาน นะ
ผมยังเก็บเสื้อ ตัวนี้ วั้ยกับผมเสมอนะ และจะไม่มีวันทิ้งมันไป อีกตัวก็ ขอหั้ยคุณ ดูแล มันดีดี ละ ภา

ข้อความเหล่านี้ผู้เขียนไม่ ดั้ยมีเจตนาที่จะพากพิงถึงไคร แค่อยากแบ่งปันความรู้สึกดีดีดี ของผู้เขียนเฉยๆๆนะ ครับ ………………………..ปลี ณ๊ จ้งลู่

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ดำเนินการ และแนวทางการพัฒนา


กิจกรรมที่ดำเนินการ และแนวทางการพัฒนา
วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิกไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างกำไรทางการเงินอย่างเดียว แต่รวมถึงกำไรทางสังคม
ด้วยซึ่งได้แก่ การสร้างความเข้นแข็งในชุมชนและชุมชนไดมีส่วนร่วมในกิจกรรมคือ
-           ร้านค้าชุมชนมีการขายผลลิตของชาวบ้าน
-           ชุมชนนำผลลิตมาทางการเกษตรแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสิ้นค้า แครอทอบแห้ง มิรุดเชื่อม มันฝรั่งทอดกรอบ
-           ลายผ้าปักด้วยมือซึ่งเป็นหัตถกรรมคู่ท้องถิ่นของคนในชุมชนเพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป
-           เต็นท์ ลานกางเต็นท์ ที่พัก และการบริการที่รองรับนักท่องเที่ยว
-           ร้านค้าสหกรณ์ของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก
การระดมทุน
มาจากการลงหุ้นของสมาชิกหุ้นละ 100 บาทครัวเรือนละไม่เกิน 30 หุ้น
แนวทางการพัฒนาของวิสาหกิจท่องเที่ยวภูทับเบิก
-           มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ของคณะกรรมการ
-           มีการจัดอบรมพัฒนาบุคลากรด้านการให้การบริการน้กท่องเที่ยว
-           มีการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่สมาชิก
-           มีการส่งเสริญภูมิปัญญาชาวบ้านและการแปรรูปผลลิตภัณฑ์
-           มีการเรียนรู้การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์การเกษตรเพชรบูรณ์
-           ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาจากธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาหล่มเก่า
กระบวนการคิดในการแก้ไขปัญหา
-           จัดประชุมสมาชิกเพื่อเสนอความคิดในการแก้ไขปัญหา
-           ลงประชามติเพื่อเลือกแนวทางแก้ไขปัญหา
-           กรรมการมีสิทธิตัดสินใจในการแก้ไขปัญหา
-           เมื่อเกิดปัญหาสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมกันรับผิดชอบและแก้ไข
องค์ความรู้ที่โดดเด่น
เนื่องจากวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูมิทับเบิกเป็นชุมชนชาวเขาเผ่าม้งมีอาชีพหลักคือเกษตรกรรม พืชหลักหรือพืชเศษฐกิจที่นี่คือ กะหลำปลี เป็นผลลิตทางการเกษตรที่สสามรถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมและทำรายได้ให้กับชุมชนที่นี่เป็นอย่างมาก ดังนั้นชุมชนที่นี่จึงเน้นให้ความรู้ในด้านการใช้สารชีวภาพ ลดการใช้สารเคมี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ผลิตและผูบริโภค ซึ่งชุมชนที่มีความรู้และให้ความร่วมมือในการลดการใช้สารเคมี ชุมชนที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่ปลูกกะหลำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกะหลำปลีที่นี่มีสรชาติที่ หวาน กรอบ อร่อยมีคุณภาพเหนือกว่าที่อื่นๆ
นอกจากด้านความรู้ด้านการเกษตรแล้วยังมีประเพณีวัฒนธรรมของชาวเขาเผ่าม้งที่สืบทอดกันมา คือลายผ้าปักด้วยมือ เพาระทุกเข็มที่ก่อให้เกิดลวดลายต่างๆที่สวยงามนั้น ล้วนทำจากมือทั้งสิ้นสมัยก่อนจะเย็บลายผ้านี้เพื่อนำไปตักเย็บเป็นเสื้อผ้าไว้ใส่ในงานปีใหม่ม้ง แต่ปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าเข้ามา รูปแบบเส้อผ้าจึงแต่ต่างออกไปทางแฟชั่นส่วนมาก แต่ชุมชนยังอนุรักษ์ลายปักด้วยมืออยู่
นอกจากการเย็บปักลายผ้าด้วยมือแล้วยังการพัฒนาฝีมือด้วยการตัดเย็บเสื้อผ้าที่ทันสมัยที่สามารถนำไปสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัยทุกเวลาเพื่อเป็นสินค้าขายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นการสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง  เพราะลายผ้าที่ปักด้วยมือมีความปราณีตสุงจึงถือเป็นองค์ความรู้ที่โดดเด่นของชุมชนแห่งนี้
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จอย่างยืน
-           ยึดหลักแนวเศษฐกิจพอเพียง เริ่มจากการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนเพื่อสามารถพึ่งตนเองได้
-           การสร้างให้มีความสามัคคีในชุมชน
-           การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างชื่อเสียงและมีรายได้
-           เน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างรู้คุณ
-           มีการจัดอบรมส่งเรสริมให้ความรู้แก่พนักงานให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่
-           พัฒนาให้มีความเจริญและทันสมัยและเน้นการรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู๋ตลอดไป
-           ขอรับคำแนะนำแนวทางและการสนับสนุนจากหน่ยวงานราชการต่างๆเพื่อพัฒนาให้เกิดความสำเร็จ

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เจ็บไม่เอา ม่ายได้หมายความว่าชีวิตจะขอหมด

บางส่วนที่พ้นจากตรงนั้นมาแล้ว คือ คนพอมีกินมีใช้บ้าง หรือมีทุนการศึกษาจากหน่วยงานต่างๆ ให้เรียนบ้าง วันทีนเหล่านั้นเพียรอุตส่าห์เรียนจนจบชั้นอุดมศึกษาปีที่ 4 จะเรียนหรืออยากเรียนสูงกว่านี้น้าก็ไม่สามารถส่งให้เรียนได้อีกแล้ว ดังนั้นเยาวชนอีกบางส่วนจึงจบเพียงแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เยาวชนเหล่านั้นควรที่จะได้รับการยกย่องจากพี่น้องเย้าทั้งหลายว่า อย่างน้อยๆ ลาวเราก็มีวัยผู้ใหญ่ที่มีความรู้ถึงป.7 สามารถอ่านออกเขียนได้ นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งจึงจะถูกต้อง

กระผมไม่ใช่นักเขียนที่คนนั้นเรียกว่าเป็นมืออาชีพ แต่ฉันการเขียนของเริ่มจากการเขียนบันทึกประจำปีในแต่ละวัน จนในที่สุดดิฉันจึงเริ่มมาลองเปลี่ยนเป็นเขียนบทความส่งให้พี่ม้งเอเชียเพราะอยากมีส่วนร่วม ที่ช่วยการสร้างสรรค์ให้ความบันเทิงใจให้กับเธอไทย ดังนั้นมุมองของผมอาจแคบ ด้อยประสบการณ์และไร้สาระนิดๆ แต่กระผมเขียนด้วยหัวใจที่นิดๆ แต่ไม่น้อยนะ ฮ่าๆๆ

ข้าพเจ้าเจอข้อความที่ post ข้อความหนึ่งว่า ไม่อยากให้มีการตำหนิคนเรียนไม่ปฎิเสธ ดิฉันก็เลยอยากเขียนให้กำลังใจกับลุงลาวเหล่านั้น ที่เรียนหนังสือไม่จบ แต่ไม่ได้ยุให้เลิกเรียนหรือหนีเรียนแต่ประการใด เพียงแค่อยากให้กำลังใจกับคนที่เป็นอดีตนักเรียนนักศึกษาที่เรียนไม่รัก และออกจากวงการศึกษาไปแล้ว เพราะหลายสาเหตุ หลายเหตุผล ให้เธอเหล่านั้นมีความอาจหาญภูมิใจในการศึกษาของตัวเองแม้จะเรียนไม่มีเธอ……

ในหลายๆ ครั้งที่กระผมได้รู้จักกับนักเรียนนักศึกษาชาวเมี่ยง ทุกคนเป็นคนเก่งแน่นอน สมองดี เรียนเก่งไม่แพ้คนในพื้นราบ บางแห่งบางโรงเรียนบางมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาเย้าเป็นประธานรุ่น เป็นหัวหน้าชมรม และเป็นผู้นำในที่นั้นๆ ก็มี นี่คือความเก่งของคนเย้าที่เป็นนักศึกษา และพวกเราชาวม้งล้วนแต่ถือว่าเขาเหล่านี้เป็นอนาคตของชาวเมี่ยงที่จะสามารถยืนหยัดอย่างองอาจในสังคมแห่งนี้ แต่การเข้าสู่วงการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนจบมหาวิทยาลัยนั้น ล้วนแต่มีความหลังอันเจ็บปวดทั้งนั้น

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งเลยว่า เด็กม้งเยาวชนไทยของเราล้วนแต่ค่อนข้างอยากจน หากในตอนเด็กพ่อแม่ยากจนก็หมดโอกาสในการศึกษาแล้ว เพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากินกันตั้งแต่เด็ก ตรงนี้ทุกคนที่เป็นชาวกะเหรี่ยงล้วนรู้กันดี ทุกคนล้วนแต่อยากให้ลูกของตัวเองมีอนาคต อยากให้มีการศึกษา อยากให้มั่งมีในอนาคต แต่เพราะว่าพวกเขาเหล่านี้ เยาวชนเหล่านี้ อาหาร 1 มื้อ ไม่เคยอิ่มท้อง ก็ต้องเลือกปากท้องเป็นอันดับสี่ก่อน ดั้งนั้นเวันทีนคนกะเหรี่ยงเยาวชนเย้าที่ไม่ได้เรียนหนังสือ เขาเหล่านี้ควรได้รับการเห็นอกเห็นใจจากทุกท่านจึงจะถูกต้อง