วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ดำเนินการ และแนวทางการพัฒนา


กิจกรรมที่ดำเนินการ และแนวทางการพัฒนา
วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิกไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างกำไรทางการเงินอย่างเดียว แต่รวมถึงกำไรทางสังคม
ด้วยซึ่งได้แก่ การสร้างความเข้นแข็งในชุมชนและชุมชนไดมีส่วนร่วมในกิจกรรมคือ
-           ร้านค้าชุมชนมีการขายผลลิตของชาวบ้าน
-           ชุมชนนำผลลิตมาทางการเกษตรแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสิ้นค้า แครอทอบแห้ง มิรุดเชื่อม มันฝรั่งทอดกรอบ
-           ลายผ้าปักด้วยมือซึ่งเป็นหัตถกรรมคู่ท้องถิ่นของคนในชุมชนเพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป
-           เต็นท์ ลานกางเต็นท์ ที่พัก และการบริการที่รองรับนักท่องเที่ยว
-           ร้านค้าสหกรณ์ของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก
การระดมทุน
มาจากการลงหุ้นของสมาชิกหุ้นละ 100 บาทครัวเรือนละไม่เกิน 30 หุ้น
แนวทางการพัฒนาของวิสาหกิจท่องเที่ยวภูทับเบิก
-           มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ของคณะกรรมการ
-           มีการจัดอบรมพัฒนาบุคลากรด้านการให้การบริการน้กท่องเที่ยว
-           มีการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่สมาชิก
-           มีการส่งเสริญภูมิปัญญาชาวบ้านและการแปรรูปผลลิตภัณฑ์
-           มีการเรียนรู้การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์การเกษตรเพชรบูรณ์
-           ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาจากธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาหล่มเก่า
กระบวนการคิดในการแก้ไขปัญหา
-           จัดประชุมสมาชิกเพื่อเสนอความคิดในการแก้ไขปัญหา
-           ลงประชามติเพื่อเลือกแนวทางแก้ไขปัญหา
-           กรรมการมีสิทธิตัดสินใจในการแก้ไขปัญหา
-           เมื่อเกิดปัญหาสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมกันรับผิดชอบและแก้ไข
องค์ความรู้ที่โดดเด่น
เนื่องจากวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูมิทับเบิกเป็นชุมชนชาวเขาเผ่าม้งมีอาชีพหลักคือเกษตรกรรม พืชหลักหรือพืชเศษฐกิจที่นี่คือ กะหลำปลี เป็นผลลิตทางการเกษตรที่สสามรถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมและทำรายได้ให้กับชุมชนที่นี่เป็นอย่างมาก ดังนั้นชุมชนที่นี่จึงเน้นให้ความรู้ในด้านการใช้สารชีวภาพ ลดการใช้สารเคมี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ผลิตและผูบริโภค ซึ่งชุมชนที่มีความรู้และให้ความร่วมมือในการลดการใช้สารเคมี ชุมชนที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่ปลูกกะหลำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกะหลำปลีที่นี่มีสรชาติที่ หวาน กรอบ อร่อยมีคุณภาพเหนือกว่าที่อื่นๆ
นอกจากด้านความรู้ด้านการเกษตรแล้วยังมีประเพณีวัฒนธรรมของชาวเขาเผ่าม้งที่สืบทอดกันมา คือลายผ้าปักด้วยมือ เพาระทุกเข็มที่ก่อให้เกิดลวดลายต่างๆที่สวยงามนั้น ล้วนทำจากมือทั้งสิ้นสมัยก่อนจะเย็บลายผ้านี้เพื่อนำไปตักเย็บเป็นเสื้อผ้าไว้ใส่ในงานปีใหม่ม้ง แต่ปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าเข้ามา รูปแบบเส้อผ้าจึงแต่ต่างออกไปทางแฟชั่นส่วนมาก แต่ชุมชนยังอนุรักษ์ลายปักด้วยมืออยู่
นอกจากการเย็บปักลายผ้าด้วยมือแล้วยังการพัฒนาฝีมือด้วยการตัดเย็บเสื้อผ้าที่ทันสมัยที่สามารถนำไปสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัยทุกเวลาเพื่อเป็นสินค้าขายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นการสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง  เพราะลายผ้าที่ปักด้วยมือมีความปราณีตสุงจึงถือเป็นองค์ความรู้ที่โดดเด่นของชุมชนแห่งนี้
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จอย่างยืน
-           ยึดหลักแนวเศษฐกิจพอเพียง เริ่มจากการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนเพื่อสามารถพึ่งตนเองได้
-           การสร้างให้มีความสามัคคีในชุมชน
-           การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างชื่อเสียงและมีรายได้
-           เน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างรู้คุณ
-           มีการจัดอบรมส่งเรสริมให้ความรู้แก่พนักงานให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่
-           พัฒนาให้มีความเจริญและทันสมัยและเน้นการรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู๋ตลอดไป
-           ขอรับคำแนะนำแนวทางและการสนับสนุนจากหน่ยวงานราชการต่างๆเพื่อพัฒนาให้เกิดความสำเร็จ

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เจ็บไม่เอา ม่ายได้หมายความว่าชีวิตจะขอหมด

บางส่วนที่พ้นจากตรงนั้นมาแล้ว คือ คนพอมีกินมีใช้บ้าง หรือมีทุนการศึกษาจากหน่วยงานต่างๆ ให้เรียนบ้าง วันทีนเหล่านั้นเพียรอุตส่าห์เรียนจนจบชั้นอุดมศึกษาปีที่ 4 จะเรียนหรืออยากเรียนสูงกว่านี้น้าก็ไม่สามารถส่งให้เรียนได้อีกแล้ว ดังนั้นเยาวชนอีกบางส่วนจึงจบเพียงแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เยาวชนเหล่านั้นควรที่จะได้รับการยกย่องจากพี่น้องเย้าทั้งหลายว่า อย่างน้อยๆ ลาวเราก็มีวัยผู้ใหญ่ที่มีความรู้ถึงป.7 สามารถอ่านออกเขียนได้ นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งจึงจะถูกต้อง

กระผมไม่ใช่นักเขียนที่คนนั้นเรียกว่าเป็นมืออาชีพ แต่ฉันการเขียนของเริ่มจากการเขียนบันทึกประจำปีในแต่ละวัน จนในที่สุดดิฉันจึงเริ่มมาลองเปลี่ยนเป็นเขียนบทความส่งให้พี่ม้งเอเชียเพราะอยากมีส่วนร่วม ที่ช่วยการสร้างสรรค์ให้ความบันเทิงใจให้กับเธอไทย ดังนั้นมุมองของผมอาจแคบ ด้อยประสบการณ์และไร้สาระนิดๆ แต่กระผมเขียนด้วยหัวใจที่นิดๆ แต่ไม่น้อยนะ ฮ่าๆๆ

ข้าพเจ้าเจอข้อความที่ post ข้อความหนึ่งว่า ไม่อยากให้มีการตำหนิคนเรียนไม่ปฎิเสธ ดิฉันก็เลยอยากเขียนให้กำลังใจกับลุงลาวเหล่านั้น ที่เรียนหนังสือไม่จบ แต่ไม่ได้ยุให้เลิกเรียนหรือหนีเรียนแต่ประการใด เพียงแค่อยากให้กำลังใจกับคนที่เป็นอดีตนักเรียนนักศึกษาที่เรียนไม่รัก และออกจากวงการศึกษาไปแล้ว เพราะหลายสาเหตุ หลายเหตุผล ให้เธอเหล่านั้นมีความอาจหาญภูมิใจในการศึกษาของตัวเองแม้จะเรียนไม่มีเธอ……

ในหลายๆ ครั้งที่กระผมได้รู้จักกับนักเรียนนักศึกษาชาวเมี่ยง ทุกคนเป็นคนเก่งแน่นอน สมองดี เรียนเก่งไม่แพ้คนในพื้นราบ บางแห่งบางโรงเรียนบางมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาเย้าเป็นประธานรุ่น เป็นหัวหน้าชมรม และเป็นผู้นำในที่นั้นๆ ก็มี นี่คือความเก่งของคนเย้าที่เป็นนักศึกษา และพวกเราชาวม้งล้วนแต่ถือว่าเขาเหล่านี้เป็นอนาคตของชาวเมี่ยงที่จะสามารถยืนหยัดอย่างองอาจในสังคมแห่งนี้ แต่การเข้าสู่วงการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนจบมหาวิทยาลัยนั้น ล้วนแต่มีความหลังอันเจ็บปวดทั้งนั้น

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งเลยว่า เด็กม้งเยาวชนไทยของเราล้วนแต่ค่อนข้างอยากจน หากในตอนเด็กพ่อแม่ยากจนก็หมดโอกาสในการศึกษาแล้ว เพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากินกันตั้งแต่เด็ก ตรงนี้ทุกคนที่เป็นชาวกะเหรี่ยงล้วนรู้กันดี ทุกคนล้วนแต่อยากให้ลูกของตัวเองมีอนาคต อยากให้มีการศึกษา อยากให้มั่งมีในอนาคต แต่เพราะว่าพวกเขาเหล่านี้ เยาวชนเหล่านี้ อาหาร 1 มื้อ ไม่เคยอิ่มท้อง ก็ต้องเลือกปากท้องเป็นอันดับสี่ก่อน ดั้งนั้นเวันทีนคนกะเหรี่ยงเยาวชนเย้าที่ไม่ได้เรียนหนังสือ เขาเหล่านี้ควรได้รับการเห็นอกเห็นใจจากทุกท่านจึงจะถูกต้อง